Default

มองม็อบจากนอก – เสียงเรียกร้องแห่งความเปลี่ยนแปลงจากเด็กรุ่นใหม่

riots in thailand

สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงจากเด็กรุ่นใหม่

กว่า 8 เดือนกับเหตุการณ์ทางการเมืองอันร้อนระอุในไทย ความเคลื่อนไหวที่เริ่มปะทุขึ้นในช่วงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นเหตุให้ประชาชนส่วนหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ออกมาเคลื่อนไหวจนทำให้เกิดเหตุการณ์ “แฟลชม็อบ” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถาบันการศึกษา อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งในตอนนั้น สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ได้กลายเป็นเสียงหลักของกิจกรรม “จุดเทียนทวงคืนความยุติธรรม”

จากแฟลชม็อบ เวทีนักศึกษา สู่คณะราษฎร63

จากแฟลชม็อบที่มีการรวมตัวกันด้วยจุดประสงค์กึ่งทางเมือง มีการนำธีมต่างๆมาเป็นสีสันการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นปรากฎการณ์ “ม็อบแฮมทาโร่ ของอร่อยที่สุดก็คือ ภาษีประชาชน” กับการวิ่งรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมเนื้อเพลงดัดแปลง หรือจะเป็น “ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล” ที่มุ่งเน้นความเท่าเทียมกันของกลุ่ม LGBT ในประเทศไทย ไปจนสู่ “ม็อบแฮร์รี่ – ไม้เท้าเสกคาถา ปกป้องประชาธิปไตย” ซึ่ง ทนายอานนท์ นำภา แกนนำหลักมีการปราศรัยถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์และการปฏิรูปสถาบันฯ ที่นับว่าเป็นการยกเพดานการการชุมนุมของแฟลชม็อบสู่ม็อบนักศึกษาไปสู่ม็อบคณะราษฏรอย่างแท้จริง

 

ยกเพดานสู่ต้นตอปัญหาของสังคมไทย

การออกมาชุมนุมของประชาชนชาวไทยพร้อมข้อเรียกร้อง เกิดจากความไม่พอใจในการบริการงานของนายกเป็นหลัก ซึ่งจุดมุ่งหมายหลักของการชุมนุมไม่ว่าจะเป็นแฟลชม็อบ ม็อบนักศึกษา หรือ ม็อบคณะราษฎร ล้วนต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง รวมไปถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมีการยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ที่ในภายหลังมีการประกาศเป็นข้อเรียกร้องใหญ่ ซึ่งเป็นจุดยืนของกลุ่มม็อบคณะราษฏร 3 ข้อ ดังนี้

  1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก
  2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
  3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

จะเห็นได้ว่าการประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของกลุ่มคณะราษฎร เป็นการรวมข้อเรียกร้องของ “คณะประชาชนปลดแอก” และ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการยกเพดานการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ใหญ่ที่สุดในสังคมไทย

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์การนัดการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ภายใต้ชื่อ “วันที่ราษฎรจะเดินนำ ที่ราชดำเนิน” ซึ่งเป็นการจัดชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนินกลาง ที่ไปประจวบเหมาะกับหมายกำหนดการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค แก่พระภิกษุสามเณรที่สอบได้

ทนายอานนท์ หนึ่งในแกนนำหลักเปิดเผยว่า “เราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขวางขบวนเสด็จฯ เพราะเราได้ประกาศไปล่วงหน้าก่อนแล้ว และช่วงที่มีขบวนเสด็จฯ เราคาดว่าประชาชนก็อาจจะไม่เต็ม ถ้าประชาชนทั่วไป รถเมล์ รถแท็กซี่ผ่านได้ ขบวนเสด็จฯ ก็ผ่านได้ ปกติไม่มีอะไร”

ทั้งนี้ กลับมีทั้งเหตุการณ์การสลายการชุมนุม การควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การปะทะกันของกลุ่มม็อบคณะราษฏรกับม็อบเสื้อเหลือง ไปจนถึงการจับตามองเส้นทางขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ที่ประทับอยู่ในรถยนต์พระที่นั่ง ซึ่งมีหลายฝ่ายมองว่าอาจจะเป็นเส้นทางเสด็จที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าเส้นทางปกติ

 

ม็อบเสื้อเหลืองคืนชีพ – วลีเด็ด “หยุดจ้วบจ้าบสถาบัน”

หลังจากราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในวันที่ 22 ตุลาคม พฤศจิกายน 2563 และทันทีหลังจากนั้นก็เกิดปรากฎการณ์ม็อบเสื้อเหลืองคืนชีพทันที โดยมีกลุ่มประชาชนสวมเสื้อเหลืองมารวมตัวที่สวนลุมฯ เพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบัน ซึ่งมีการออกมาย้ำว่าไม่ต้องการให้เป็นการ “ม็อบชนม็อบ” เพียงแต่แค่ต้องการแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมจาบจ้วงสถาบันเท่านั้น

บรรยากาศการชุมนุมที่ผ่านมา นอกจากการสวมเสื้อเหลืองเพื่อแสดงสัญลักษณ์แล้ว แต่ยังมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9, รัชกาลที่ 10, สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี, สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งมีการถือธงชาติ และธงตราสัญลักษณ์ ว.ป.ร. อีกด้วย โดยมีความตั้งใจในการแสดงพลัง “คนรักสถาบัน” และไม่ต้องการใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชนะอีกฝ่าย

 

การเปลี่ยนผ่านของยุคสสมัยต้องใช้เวลา

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการขับเคลื่อนทางการเมืองรูปแบบต่างๆนั้นยังคงไม่จบลงง่ายๆ เพราะสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่ต้องการเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นนั้นยังไม่ได้รับการจัดการที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งนี้ นอกจากเรื่องการปฎิรูประบบการปกครองหรือสิทธิต่างๆที่ประชาชนควรจะได้รับแล้ว ยังมีอีกหัวข้อที่น่าสนใจมากว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงในระบบประชาธิปไตยจริง เราอาจจะได้เห็น คาสิโนรีสอร์ต คาสิโนออนไลน์ สล็อต รวมไปถึงการพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยก็เป็นได้

ยังต้องติดตามต่อว่าอนาคตของเมืองไทยจะเป็นไปในทิศทางไหน และต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะได้ในสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ แต่อย่างหนึ่งที่มั่นใจได้แน่นอนคือ การขับเคลื่อนทางการเมืองครั้งนี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เมืองไทยไปตลอดกาลอย่างแน่นอน