Thailand News

ตร.แจงยิบปมสลายชุมนุม ‘กมธ.ตำรวจ’ฝากคาถา 3 ข้อป้อง‘ม็อบชนม็อบ’

ตร.แจงยิบปมสลายชุมนุม ‘กมธ.ตำรวจ’ฝากคาถา 3 ข้อป้อง‘ม็อบชนม็อบ’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.58 น.

ตร.แจงยิบปมสลายชุมนุม ‘กมธ.ตำรวจ’ฝากคาถา 3 ข้อป้อง‘ม็อบชนม็อบ’

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานรองประธาน กมธ. พร้อมด้วยนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษก กมธ. แถลงภายหลังเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แก่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) , พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) , พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รองผบช.น. และ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เข้าให้ข้อมูลมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมการชุมนุมในพื้นที่กทม. และพื้นที่อื่นๆ



นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปยืนยันการดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ตามหลักสากล มีการแจ้งเตือนผู้ชุมนุมก่อน หากไม่ได้รับความร่วมมือ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เพื่อระงับเหตุการณ์ให้เกิดความสงบ โดยทาง กมธ. ได้ฝากข้อเสนอแนะไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ3ประเด็น ได้แก่

1.ผู้ชุมนุมที่มีความเห็นต่างกัน 2 ฝ่ายและเข้าไปอยู่ในกลุ่มหนึ่ง จะมีแนวทางป้องกันเฝ้าระวังเหตุอย่างไร

2.ควรมีการสาธิต และประชาสัมพันธ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ประชาชนรับทราบ

3.ใช้วิธีการแบบละมุนละม่อม เป็นมิตร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงไปมากขึ้น

ด้านนายสัญญา กล่าวในรายละเอียดว่า การบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดที่ผ่านมา ได้รับการชี้แจงจาก รอง ผบ.ตร.ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการสลายการชุมนุมแบบลงลึกในรายละเอียด เริ่มจากการใช้น้ำฉีด จากนั้นจึงใช้สีฟ้าผสมน้ำฉีด ซึ่งเป็นสีชนิด ไวโอเลต2บี เปรียบเสมือนลิปสติก เพื่อใช้ระบุตัวบุคคลที่มาชุมนุม ยืนยันว่าไม่มีอันตราย และเมื่อยังควบคุมไม่ได้จึงมีการใช้แก๊สน้ำตาจำนวน 3 เปอร์เซ็นต์ผสมน้ำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลของยูเอ็นที่เริ่มจาก 3 เปอร์เซ็นต์ 6 เปอร์เซ็นต์ และ 9 เปอร์เซ็นต์

“ทาง กมธ. ได้ฝากข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะการใช้สาร หรือแก๊สน้ำตา อยากให้ดูว่ามีผลกระทบอย่างไร หากมีการเข้าปาก หรือกลืนกินลงไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่ามีการเตรียมหน่วยแพทย์ไว้ในพื้นที่อย่างดี นอกจากนี้มาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการใช้สารจะเป็นอย่างไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าถ้าไม่มีการไปลุกล้ำกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ก็จะไม่กระทำ” นายสัญญา กล่าว

นายสัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุการฉีดน้ำในการชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ใกล้กับสนามหลวงนั้น เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ผู้ชุมนุมเริ่มมีการตัดรั้วลวดหนาม และขยับเข้ามาใกล้จุดที่ต้องควบคุม ถ้าหากปล่อย อาจมีเหตุที่ควบคุมไม่ได้ จึงต้องมีการฉีดน้ำวิถีโค้ง ขณะที่สาเหตุการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา เริ่มมาจากการพบว่ามีการ์ดของผู้ชุมนุมได้เริ่มเข้ามาปะทะเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ เริ่มมีความรุนแรง จนเริ่มที่จะควบคุมไม่ได้ จึงต้องมีการฉีดน้ำสลายการชุมนุม

เมื่อถามว่า ในกมธ. ได้มีการหารือถึงเหตุการณ์การที่มีมวลชนฮือเข้าล้อมรถของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่จังหวัดภาคใต้ หรือไม่ รองประธาน กมธ. กล่าวว่า ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ได้เน้นย้ำฝากเป็นมาตรการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะบุคคลที่เห็นต่างกัน 2 ฝ่าย แล้วเข้าไปอยู่ในกลุ่มหนึ่ง