Thailand News

ดีอีเอส-ทีมพัฒนา‘หมอชนะ’ตั้งโต๊ะแถลงยันไม่ได้ถอนตัว เตรียมรับบุคลากรเพิ่ม

ดีอีเอส-ทีมพัฒนา‘หมอชนะ’ตั้งโต๊ะแถลงยันไม่ได้ถอนตัว เตรียมรับบุคลากรเพิ่ม

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.49 น.





“รมว.ดีอีเอส” ชี้ทีมอาสาพัฒนาแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ”ไม่ได้ถอนตัว แต่ส่งมอบให้รัฐดูแลทั้งระบบเพื่อพัฒนาให้รองรับประชาชนที่ใช้งานทั่วประเทศ ย้ำต้องทำให้ดีกว่าเดิม ยันกรมควบคุมโรคหน่วยงานเดียวเป็นคนอัพเดทสี ขอทุกคนร่วมมือกันต่อสู้กับโควิด-19 ให้ชนะ

18 มกราคม 2564 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ , ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) , ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข , ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล และนายสมโภช อาหุนัย ทีมผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ร่วมแถลงข่าวประเด็นที่สังคมมีคำถาม เรื่องแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”



นายพุทธิพงษ์ ยืนยันว่า ได้ทำงานพัฒนาแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” ร่วมกันกับทีมอาสากว่า 100 ชีวิต ตลอดเวลาเกือบ 1 ปี และทุกวันนี้ยังหารือการทำงานกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ยังทำงานมาด้วยดีมาโดยตลอด การส่งมอบการดูแลระบบแอปพลิเคชั่นนั้น เนื่องด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” ได้ส่งมาทาง สพร. ที่เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการใช้งาน 30-40 ล้านคน และยังพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้น ใช้กับประชาชนทั้งประเทศได้ เมื่อถึงวันนี้รัฐบาลรับช่วงต่อมา เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเก็บข้อมูลต้องใช้บุคลากรจำนวนมากและต้องทำให้เกิดคุณภาพ

“ทางทีมพัฒนาและ สพร. ที่ส่งมอบมาให้ทำต่อนั้น เนื่องจากขนาดการใช้งานใหญ่ขึ้นให้ประชาชนทั้งประเทศได้ใช้ และต้องทำในระยะยาว จึงต้องโอนถ่ายมาให้รัฐบาลรับผิดชอบ ทำให้เป็นระบบ รัดกุมทางกฎหมาย และบริหารทั้งงบประมาณและบุคลากรทั้งหมดให้สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ ขอให้ความเชื่อมั่นการใช้งานแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” ว่าการทำงานของแอปพลิเคชั่น ฟังก์ชั่น สีสถานะเพื่อการติดตามสอบสวนโรค ซึ่งหลังจากนี้ต้องตั้งเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นในการทำงาน ให้สามารถรองรับการใช้งานที่ขยายในการใช้มากขึ้น ยังคงรณรงค์ให้ประชาชนใช้งานมากขึ้น เพราะเป็นประโยชน์มาก เมื่อใช้แอปและเมื่อมีคนติดเชื้อ การสอบสวนโรคจะรวดเร็วมากและควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

รมว.ดีอีเอส ระบุว่า ระบบการแจ้งเตือนสถานะสีของแอปพลิเคชั่น ไม่มีปัญหา ไม่มีการล็อคสีไว้ให้เป็นสีเขียวอย่างเดียว ซึ่งทางกรมควบคุมโรคจะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและยืนยันสีสถานะข้อมูลของผู้ใช้งานหน่วยงานเดียวเท่านั้น ยืนยันว่าระบบไม่มีปัญหา แต่อาจจะต้องใช้เวลาให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคได้ตรวจสอบอย่างถูกต้องชัดเจน และการส่งมอบแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” จะไม่ทำให้เกิดปัญหา แต่เนื่องจากการใช้งานมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เปิดให้ประชาชนใช้งานทั่วประเทศจำนวนผู้ใช้จึงมากขึ้น รวมทั้งรัฐบาลควรมีงบประมาณในการดูแลทีมผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นในการทำงาน ในการเพิ่มบุคลากรในการรองรับให้มากขึ้น ซึ่งทีมผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นเอง ก็ยังคงคอยเป็นที่ปรึกษาและช่วยการทำงานของรัฐบาลต่อไป  ทุกอย่างจะยังทำงานเหมือนเดิม และระบบจะดีขึ้นกว่าเดิม

ด้าน ดร.อนุชิต และนายสมโภชน์ กล่าวขอบคุณประชาชนที่แสดงความห่วงใยทีมงานผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” และขอบคุณที่ประชาชนให้ความร่วมมือในการโหลดและใช้งานในการต่อสู้ในสงครามโควิด ซึ่งทีมอาสาสมัครหมอชนะ ได้พัฒนาแอปพลิเคชันมาระยะหนึ่ง และจำเป็นต้องส่งต่อให้ รัฐบาลในการใช้งานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยทีมอาสาสมัครผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นขอบคุณทั้ง รมว.ดิจิทัลฯ ปลัดกระทรวงดิจิทัล และ สพร. รวมถึงกรมควบคุมโรค ทำงานกันมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2563 จนเมื่อถึงระดับการใช้งานที่ขยายมากขึ้น จึงส่งต่อให้ทางรัฐบาลดูแลและใช้งานอย่างเป็นทางการ และสิ่งสำคัญคือต้องมีกระบวนการการสื่อสารที่ชัดเจนและมาในทิศทางเดียวกัน ไม่ทำให้เกิดความสับสน พร้อมกันนี้ขอให้คนไทยร่วมมือกันใช้แอปพลิเคชั่นหมอชนะนี้ ในการช่วยต่อสู้กับโควิดอย่างจริงจัง ให้เราชนะให้ได้

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ได้ทำงานร่วมกันกับคณะทำงานผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน กับทางสพร. มาตั้งแต่ต้น  ซึ่งเรื่องการเปลี่ยนสีสถานะของแต่ละบุคคล ต้องผ่านคนกลางที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรคแต่ละพื้นที่  ส่งข้อมูลไปยังกระทรวงดิจิทัลฯ หากมีการเปลี่ยนสี และส่งต่อไปให้ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน อัพเดทข้อมูลสถานะสีให้ และจะเปลี่ยนสี ก็ต่อเมื่อโรงพยาบาลได้ยืนยันการติดเชื้อแล้วเท่านั้น  ขอให้ประชาชนได้โหลดและลงทะเบียนใช้งานกันให้มากที่สุด เพื่อเป็นประโยชน์และช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ล่าสุด มีผู้โหลดใช้งานแล้วกว่า 7 ล้านครั้ง ซึ่งมีแนวโน้มคนใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ